บทที่ 7 อนุคนใหม่
บทที่ 7
อนุคนใหม่
ข่าวการตายของคนสนิทฮูหยินจวนจางเป็นที่รู้ไปทั่ว ตอนนี้ในจวนตื่นกลัวกันมาก เพราะมีงูพิษมาเลื้อยเล่นในจวนจนกัดคนสนิทของฮูหยินเอกของจวนเข้า
“นางตายเพราะพิษงูหรือ”
จางเหวินซูมาที่เรือนของเสิ่นเยว่ที่เกิดเรื่อง เรือนคนสนิทของเสิ่นเยว่อยู่ถัดไปหลังเรือนของนาง เป็นห้องขนาดเล็กที่มีอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งของมู่อัน อีกห้องของปิงปิง
“เจ้าค่ะ นางถูกงูพิษกัด พิษยังร้ายแรงมาก น่าสงสารนางจริง ๆ นางยังอายุน้อยอยู่แท้ ๆ ท่านพี่ หากว่างูพวกนั้นเข้าห้องข้า คงเป็นข้าที่ตายไปด้วยแล้ว”
เสิ่นเยว่ตอบด้วยใบหน้าซีดขาว มือทั้งสองข้างสั่นด้วยความหวาดกลัว ดวงหน้าเปื้อนคราบน้ำตา มู่อันถือว่าเป็นคนสนิทที่ติดตามมาจากตระกูลเดิม ทำให้สนิทสนมและเอ็นดูมากกว่าข้ารับใช้คนอื่น ๆ
เหล่าข้ารับใช้ที่เห็นก็สงสารฮูหยินเอกของจวนที่มาเสียคนสนิท ดีที่ยังเหลือคนสนิทอีกคนที่เพิ่งมาใหม่ ไม่เช่นนั้นอาจจะลำบากกว่านี้อีกเท่า
จางเหวินซูที่เห็นน้ำตาของภรรยาตนเองมันทำให้เขาเริ่มรู้สึกสงสาร ใบหน้างดงามเปื้อนน้ำตาช่างเป็นภาพที่ทำให้สลดใจได้ง่าย ๆ มือของเขาเอื้อมไปหวังกุมมือของนาง แต่เพราะว่าคำพูดของคนรักดังขึ้นในหัวทำให้เขาเลือกที่จะหดมือกลับมา มองข้ามความรู้สึกสงสาร มองนางด้วยสายตาเย็นชาเช่นเดิม
เสิ่นเยว่เองก็แสดงความเสียใจผ่านจากสีหน้า นางแสดงออกได้อย่างไม่มีที่ติว่าเจ็บปวดจริง ๆ
“ข้าจะให้บ่าวดูแลมากกว่านี้ พวกงูพิษที่มีคงยังอยู่ในสวน คนของเราคงหายากหน่อย ช่วงนี้เจ้าก็ดูแลตนเองให้ดี ไม่จำเป็นไม่ต้องออกมาเดินเล่นมากนัก”
“เจ้าค่ะ ข้าจะทำตามท่านพี่ว่า”
เสิ่นเยว่รับคำเสียงเบา นางลอบมองสามีด้วยสายตาตัดพ้อ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างสามีภรรยาทำให้ข้ารับใช้ที่มาดูเหตุการณ์ทั้งหมดเห็นชัดเจน ความสงสารเห็นใจที่มีต่อเสิ่นเยว่ก็มากขึ้นเท่าตัว
“ท่านแม่บอกว่าเจ้าจะหาอนุให้ข้า เมื่อเจ้ายังไม่สบายใจก็ควรพักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ”
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าห่วงเลย เรื่องของท่านพี่ย่อมสำคัญกว่า ช่วงนี้น้องเหมยนางท้อง คงไม่สะดวก จะปล่อยเวลาไปมากไม่ได้”
“งั้นตามใจเจ้าเถอะ ข้าต้องไปทำงานแล้ว วันนี้เจ้าก็พักเสียแล้วกัน งานไหนที่ต้องทำก็ให้คนอื่นทำไปก่อน”
เสิ่นเยว่ยิ้มรับ มองสามีเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ในสายตาของนางมองเขาเป็นเหมือนขุนเขาให้พึ่งพิง ขุนเขาใหญ่ที่นางหวังให้เขาปกป้อง น่าเสียดายที่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปแล้ว
“ฮูหยิน คนที่ท่านให้ข้าไปตาม นางมาแล้วเจ้าค่ะ”
ปิงปิงเข้ามาแจ้งผู้เป็นนาย เสิ่นเยว่ละสายตาจากสามี นางยิ้มให้ตนเองก่อนจะมองปิงปิงที่สีหน้าห่วงใยนาง
“เดี๋ยวข้าไป”
เสิ่นเยว่มองร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าของมู่อันเป็นครั้งสุดท้าย ที่จริงอีกฝ่ายตายง่ายเกินไปด้วยซ้ำ แต่เสิ่นเยว่ไม่ได้อยากเสียเวลาทรมานมู่อันมากจึงเลือกใช้ทางลัด หลังจากเหลียงม่อกรอกยาพิษเข้าปาก นางก็ให้มู่อันได้ดิ้นรนไปทั่วห้อง ทุกข์ทรมานหลายชั่วยามจากพิษจนกว่าจะสิ้นใจ
ถึงมันจะไม่ทรมานเท่าที่เสิ่นเยว่โดน อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ตายสบายจนเกินไป นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ มองไปยังท้องฟ้ากว้างแล้วก้าวเดินออกไปจากบริเวณ
ในสวนด้านหน้าจวนมีร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ มองจากด้านหลังก็รู้ว่างดงามไม่น้อย ชุดที่ใส่ก็เบาบางมากกว่าที่สตรีทั่วไปเขานิยมใส่กัน สตรีผู้นี้คือคนที่เสิ่นเยว่ให้ปิงปิงออกไปตามตัวมาแต่เช้าตรู่ก่อนจะมีการพบศพของมู่อันเสียอีก
“รอนานหรือไม่”
เสียงหวานของเสิ่นเยว่ทำให้อีกฝ่ายหันหน้ามาทันที ใบหน้าช่างดูน่ารักน่าเอ็นดู ยิ่งดวงตาที่กลมโตสดใส ริมฝีบางปากเฉียบ มันยิ่งส่งเสริมให้น่าเอ็นดูมากขึ้น น่ามองจริง ๆ นี่คือสิ่งที่เสิ่นเยว่คิดในหัว
ซินซินก้มหัวให้กับสตรีที่เดินเข้ามานั่งตรงข้าม ใบหน้างดงามอ่อนหวานมากด้วยเมตตา ทำให้นางจ้องมองอยู่นาน เรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนตอนนางมาถึงทำให้ตกใจอยู่บ้าง
นึกว่าวันนี้ต้องกลับไปก่อนเสียแล้ว
“ไม่นานเจ้าค่ะ นึกว่าจางฮูหยินจะไม่มาพบเสียแล้วเพราะเกิดเรื่องกับคนสนิทของท่าน”
เสิ่นเยว่ได้ยินก็หน้านิ่งไป นางฉายชัดถึงความเศร้าออกมา รอยยิ้มก็ยิ้มบอกชัดว่ายังเสียใจอยู่ ดวงตาทั้งสองยังบวมแดง เห็นชัดว่าเพิ่งร้องไห้เสร็จ ในสายตาผู้อื่นตอนนี้เสิ่นเยว่คือสตรีที่น่าสงสารมาก คนสนิทตายยังต้องมาหาสตรีอื่นให้สามี
“เรื่องเกิดขึ้นแล้ว คงแก้ไขอะไรไม่ได้ ข้าตามเจ้ามาก็ควรมาพบ ไม่ใช่ให้รอนาน ขอโทษด้วยแล้วกันที่นานเกินไป”
“ข้าไม่กล้ารับคำขอโทษจากท่านเจ้าค่ะ เพียงท่านเมตตาข้าก็ไม่รู้จะตอบแทนเช่นใดแล้ว”
ซินซินมองการแสดงออกทุกท่วงท่า สีหน้าและแววตาของผู้ที่ตามนางมาหาถึงจวน นางเห็นว่าสตรีอ่อนโยนจิตใจดีผู้นี้ยังไม่หายจากความเศร้าเสียใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่ภรรยาเอกที่ดีในการจัดการเรือน รวมถึงหาอนุเพิ่มให้สามี
นางไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีสตรีที่อ่อนโยนใจกว้างอย่างนี้จริง ๆ จนได้มาเห็นกับตา เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นตามที่ได้ยินข่าวมาไม่มีผิด
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ารับใช้ท่านพี่มาหลายครั้งเมื่อท่านพี่ไปที่หอสวรรค์ ไหนจะเรียกหาเจ้าหลายต่อหลายครั้งเมื่อเดือนก่อนที่ข้าแต่งเข้ามา ตอนนี้ในจวนจางขาดคนดูแลท่านพี่ ข้าจึงคิดว่าหากได้คนที่ท่านพี่พอใจจะดีกว่า จึงเชิญเจ้ามาที่นี่ คนของข้าคงบอกเจ้าแล้วว่าข้าต้องการอะไร”
เสิ่นเยว่พูดด้วยรอยยิ้มเศร้า สายตาของนางมีแววความเจ็บปวดเมื่อพูด แต่ไร้ความไม่พอใจหรือชิงชัง เพียงความเจ็บปวดที่ต้องอดกลั้นเอาไว้
ซินซินที่เห็นก็คิดว่าสตรีตรงหน้าเหมือนข่าวลือไม่มีผิดเลย มากเมตตา ใจดี แสนอ่อนโยน ใจกว้างกับอนุของสามีและไม่โทษผู้อื่นที่ตนเองไม่ได้รับความโปรดปรานจากสามีตนเอง แต่กลับโทษตนเองที่ทำหน้าที่ไม่ดีพอ
“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ คนของท่านแจ้งแล้ว”
“แล้วเจ้าตัดสินใจหรือยัง ข้าไม่คิดบีบบังคับ อยากให้เจ้าตัดสินใจเอง จวนจางยินดีต้อนรับเจ้า”
ซินซินยิ้มรับ “ข้าตกลงเจ้าค่ะ”
ซินซินไหนเลยจะปฏิเสธ นางไม่คิดขายตัวจนตาย อีกอย่างนายท่านจางหล่อเหลามากความสามารถ ใครจะไม่อยากอยู่ด้วย
ยิ่งมีฮูหยินเอกของจวนที่เป็นคนดีเช่นนี้ยิ่งตัดสินใจไม่ยาก ไม่ต้องเหนื่อยแย่งชิงอะไรด้วยซ้ำไป อีกคนที่ตั้งท้องก็ดูเป็นคนไม่เจ้าแผนการ ถ้าอยู่ใครอยู่มันก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไร
“ดี ข้าจะให้คนไปไถ่ตัวเจ้าจากหอสวรรค์ ฐานะอนุดูจะน้อยแต่ข้ารับรองว่าถ้าเจ้าให้บุตรชายได้ ข้าจะเลื่อนฐานะให้เจ้าแน่นอน หน้าที่ในการดูแลท่านพี่คงต้องให้เจ้าช่วย ช่วงนี้ฮูหยินรองนางตั้งท้อง ไม่สะดวก มีพี่น้องมาช่วยเพิ่มคงจะดี”
“ข้าจะทำเต็มที่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้ากลับไปเก็บของเถอะ ข้าจะสั่งให้คนเตรียมเรือนเอาไว้ให้ มันคือเรือนเดิมของฮูหยินรอง ตอนนี้นางย้ายไปเรือนใหม่ ถ้าขาดเหลือสิ่งใดเจ้าสามารถแจ้งคนของข้าได้เลย ส่วนเรื่องเบี้ยหวัดและเครื่องประดับข้ามีมอบให้ทุกเดือน ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี เพียงไม่สร้างปัญหาให้ข้ากับจวนจางก็พอ”
หลังจากที่จัดการเรื่องอนุของสามีคนใหม่เรียบร้อย เสิ่นเยว่ก็เตรียมตัวออกไปรับชุดที่สั่งตัดเอาไว้ นางสั่งตัดชุดให้ตนเองและสามีใหม่เพื่อเตรียมไว้ออกงาน
ดวงตาของเสิ่นเยว่เต็มไปด้วยแววความสนุก
ซินซินคือนางโลมคนหนึ่งที่โดดเด่น จางเหวินซูไปติดพันในช่วงเดือนแรกที่เสิ่นเยว่แต่งเข้าจวนจาง เขาต้องการให้เสิ่นเยว่เจ็บปวดทนไม่ไหว จะได้ไปคุยกับบิดาเสียที เสิ่นเยว่เป็นคนมีความอดทน นางมองผ่านและยังดูแลจวนในฐานะฮูหยินอย่างดี
วันนี้เมื่อต้องหาสตรีใหม่ให้ ก็เลือกไม่ยากเลย
ภายนอกซินซินเจียมตัว เข้าใจอะไรง่าย ๆ แต่ที่จริงอีกฝ่ายเคยมีปัญหากับเจิ้งส่วงมาก่อนที่ตลาด ซินซินถูกเจิ้งส่วงด่าทอฉีกหน้าเพราะเจิ้งส่วงไม่พอใจที่คนรักอย่างจางเหวินซูไปมีอะไรกับนางโลม
ส่วนซินซินก็ต้องแบกรับความอัปยศเสียหน้าหลังจากนั้นเป็นต้นมา แน่นอนว่าเรื่องสนุกต่อจากนี้มันจะยิ่งมากขึ้นเท่าตัว อยากรู้จริง ๆ ว่าจางเหวินซูจะไปพูดกับคนรักให้เข้าใจยังไง
ตอนนี้นอกจากเสิ่นเยว่ ยังมีเสี้ยนหนามให้เจิ้งส่วงจัดการเพิ่มอีกสอง หนึ่งคนตั้งท้องเป็นที่ใส่ใจของจางเหวินซู อีกคนก็เก่งกาจเรื่องบนเตียงมัดใจเขาได้ เจิ้งส่วงได้ตกที่นั่งลำบากก็คราวนี้
ที่หน้าร้านชุด เสิ่นเยว่เห็นรถม้าของจวนเจิ้งอย่างที่คิด นางจำได้ว่าวันนี้อีกฝ่ายเองก็มารับชุดเช่นกัน
ร่างของเสิ่นเยว่เดินเข้าไปด้านใน พอดีกับที่เจิ้งส่วงเดินออกมาจากร้านพอดี
“จางฮูหยิน ไม่คิดว่าจวนจางเกิดเรื่องเช่นนี้ท่านยังมีหน้าออกมา”
คำทักทายของเจิ้งส่วงช่างดูไร้มารยาทและบ่งบอกถึงความไม่ถูกกัน เจิ้งส่วงไม่สนใจด้วยซ้ำว่าที่นี่มีคนอื่นอีกมากที่ได้ยินทั้งสองคุยกัน คงเพราะไม่พอใจเรื่องที่เสิ่นเยว่กล้าดีหาสตรีเพิ่มให้คนรักของนาง ทั้งสตรีคนนั้นยังเป็นคนที่นางไม่ชอบหน้า อีกเรื่องก็เรื่องที่สายของนางตายโง่ ๆ แทนที่จะเป็นนังสตรีแพศยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าตาย
ลงทุนทั้งเงินทองของมีค่าไปมาก ซื้อตัวมา แต่กลับตายโง่ ๆ
“ข้ายังมีงานต้องทำ เรื่องที่เกิดแล้วเราแก้อะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเดินหน้า หากเอาแต่โศกเศร้าคงไม่ดี”
“หึ พูดได้ดีนะเจ้าคะ แล้วนี่ท่านออกมาทำไมกัน ปกติข้าเห็นจางฮูหยินใส่เพียงชุดเดิม ๆ ไม่ค่อยซื้อหาเพิ่ม แปลกที่เห็นท่านที่นี่”
“ข้ามารับชุดเจ้าค่ะ ชุดของท่านพี่มีน้อย ชุดที่มียังไม่เหมาะใช้ออกงานจึงออกมาจัดการ”
“ช่างเป็นฮูหยินที่แสนดี ทั้งเลื่อนฐานะให้อนุเป็นฮูหยินรอง หาอนุใหม่ให้สามี ฮูหยินแบบนี้หายากจริง ๆ แล้วทำไมท่านไม่หย่าเลยล่ะเจ้าคะ เห็นว่านายท่านจางไม่ได้รักใคร่ ถ้าเป็นคนดีจริง ควรหย่าให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารัก แบบนี้ถึงจะเป็นคนดี ใจกว้างจริง จางฮูหยินคิดว่ายังไง”
สิ้นคำของเจิ้งส่วง เสิ่นเยว่ก็ยิ้มไม่ออก นางถึงกับไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไง ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเพราะสิ่งที่เจิ้งส่วงพูดวันนี้นางเคยได้ยินมันมาแล้ว ครั้งนั้นเสิ่นเยว่ร้องไห้แล้ววิ่งออกจากร้านท่ามกลางสายตาผู้อื่น แต่เรื่องที่ทำให้นางร้องไห้ไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นอีกเรื่อง เรื่องนั้นคือเรื่องที่เสิ่นเยว่เป็นภรรยาที่ไม่ได้เข้าหอกับสามี ถึงจะคนละเรื่อง อีกฝ่ายยังมีความสามารถหาเรื่องปั่นหัวเสิ่นเยว่ได้เช่นเดิม ต่างกันที่คนละเรื่องเท่านั้น
“วันนี้ข้าต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
เสิ่นเยว่เดินผ่านอีกฝ่ายมาทันที นางก้มหน้าลงมากกว่าเดิม ไม่มองผู้คนที่มองมาที่นางด้วยสายตาเห็นใจ และสายตาไม่พอใจก็มองไปที่เจิ้งส่วงเป็นตาเดียวที่ช่างกล้าพูดจาทำให้เสิ่นเยว่เจ็บปวด
เจิ้งส่วงที่รับรู้สายตาต่อว่ามากมายที่มองมาก็เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สนใจ เดินออกจากร้านไปเช่นกัน นางไม่ให้ค่าคนพวกนี้ เพราะถ้ามีอำนาจก็ทำได้ทุกอย่าง
เช่นกำจัดนังเสิ่นเยว่ให้พ้นทางรัก นางสาบานเลยว่าจะทำทุกทางให้มันไม่มีทางกลับมาหาคนรักของนางได้
